วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551
คิดให้ดีก่อนเลี้ยงน้องกระต่าย
กระต่ายเป็นสัตว์ที่อายุยืน ก่อนเลี้ยงท่านต้องคิดก่อนว่า ท่านสามารถจะดูแลกระต่ายได้ จนถึงวันสิ้นอายุขัยหรือไม่ หลายๆครั้งที่พบว่า กระต่ายได้ถูกทอดทิ้ง เพียงเพราะเจ้าของเบื่อหน่าย หรือ เพราะต้องย้ายที่อยู่ เช่น ใครที่อยู่อพาร์ตเมนท์ช่วงสั้นๆ แล้วรู้ว่า ในอนาคตต้องย้ายไปอยู่บ้าน ไม่สามารถจะเลี้ยงกระต่ายได้ ก็ควรจะคิดให้ดีก่อน
กระต่ายเป็นสัตว์ที่ออกลูกดก สามารถจะออกลูกได้ปีละ 5 ครอกเลยทีเดียว แต่ละครอกอาจจะมีมากถึง 8 ตัวเป็นต้น ดังนั้นหากท่านคิดจะเลี้ยง ควรจะคิดให้ดี ว่าจะทำอย่างไรกับลูกกระต่าย หากท่านไม่อยากรับภาระเรื่องลูกกระต่าย ท่านควรจะเลือกเลี้ยงกระต่ายเป็นเพศเมียทั้งหมด
กระต่ายเป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร และกินอาหารเม็ดด้วยเช่นกัน แต่เพื่อสุขภาพที่ดี ท่านต้องให้อาหารจพวกผัก และ ผลไม้แก่กระต่ายด้วย
กระต่ายเป็นสัตว์ที่ขับถ่ายเยอะ ปัสสาวะ และอุจจาระ หากไม่ได้รับการดูแลเรื่องความสะอาดให้ดีพอ จะมีกลิ่นค่อนข้างมาก
กระต่ายเป้นสัตว์ที่สุภาพ น่ารัก สะอาด ตัวของกระต่ายจะไม่มีกลิ่นเหม็น แต่ห้องของมี่เหม็นมากๆเลย ฮือ เสื้อผ้าก็ด้วยมีแต่กลิ่นกระต่าย เพื่อนๆถ้าจะเลี้ยงจะทนได้แค่ไหน
กระต่ายไม่ส่งเสียงร้องพร่ำเพรื่อ ท่านสามารถจะเลี้ยงในบ้านหรืออพาร์ตเมนท์ได้ แต่อิตัวแสบเนี่ย จะส่งเสียงขู่มี่ประจำเลย ฮือออ
กระต่ายก็เหมือนกับคนค่ะ เจ็บป่วยได้ แต่ว่าหมอที่รักษากระต่ายได้นั้น ควรจะเป็นคุณหมอที่รู้จักกระต่าย ดีพอ ไม่ใช่คลินิคสัตวแพทย์ทั่วไป ดังนั้นค่าใช่จ่ายในการรักษาก็มีเช่นกัน หากเค้าป่วย เพื่อนๆ สามารถจะรับผิดชอบ พาเค้าไปหาหมอได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ อย่าเลี้ยงเลยค่ะ สงสารเค้า เชื่อมี่เถ๊อะ
ตัดเล็บเท้ากระต่าย
การตัดเล็บกระต่ายเป็นสิ่งที่จำเป็นเพราะว่า กระต่ายจะได้ไม่เอาเล็บเท้าข่วนตัวเองตอนที่เกา ไม่ข่วนถูกคนเลี้ยงในขณะที่อุ้มกระต่าย ไม่ขูดถูกเพื่อนกระต่ายด้วยกัน และนอกจากนี้ยังป้องกันไม่ให้เล็บกระต่ายไปเกี่ยวกับซี่กรง และเกิดการฉีกขาดบาดเจ็บค่ะ
หากเราหมั่นอุ้มกระต่ายแบบเบามือ เล่นกับกระต่ายบ่อยๆ จะทำให้กระต่ายคุ้นเคยกับการตัดเล็บได้ง่ายยิ่งขึ้น
การตัดเล็บกระต่ายที่ง่ายสุดก็โดยการอุ้มกระต่ายหงายท้องแบบเด็กๆ แล้วค่อยๆ ตัดเล็บเท้าเบาๆ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ กรต่ายของเพื่อนๆ ด้วยค่ะ ว่าจะยินยอมท่าไหน
หากเพื่อนๆ ยังมือใหม่อยู่ อาจจะหาคนมาช่วยจับด้วยก็ได้ค่ะ
อย่าตัดเข้าเนื้อนะคะ เลือดจะออก และกระต่ายจะเจ็บ หลังจากนั้นกระต่ายจะกลัวการตัดเล็บค่ะ ต้องระวังให้มากๆ (ลองนึกถึงตอนที่เราตัดเล็บเข้าเนื้อแล้วเลือดไหล กระต่ายก็จะเจ็บเหมือนเราค่ะ)
จะตัดแค่ไหนดี ?
ให้ค่อยๆ เอามือลูบขนของกระต่ายขึ้นไปจากเล็บ หากตรงปลายเล็บมีขนบัง เพื่อให้เห็นได้ชัดยิ่งขึ้นว่า ควรตัดตรงตำแหน่งไหน เพราะว่า กระต่ายบางทีแล้วขนของกระต่ายจะมาปกคลุมตรงเล็บเท้า ทำให้เห็นยาก
พยายามมองหาเส้นที่แบ่งระหว่างสีขาวและสีชมพูของเล็บ (มองเทียบกับนิ้วมือของตัวเราเอง ตอนตัดเล็บมือ ก็ได้ค่ะ เทียบของคนประกอบนะคะ จะเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ) เราต้องตัดต่ำกว่า เส้นสีชมพูนี้ลงมาหน่อย (อย่าตัดติดเส้นสีชมพูนะคะ ให้ห่างออกมานิดนึง ไม่งั้นจะติดเนื้อเล็บเกินไป และเจ็บได้)ซึ่งส่วนสีขาวเป็นส่วนของเล็บที่ได้ตัดแล้วไม่เจ็บ อย่าไปตัดโดนส่วนที่เป็นเส้นสีชมพูนี้ เพราะว่า จะเป็นการตัดเข้าเนื้อ ซึ่งมีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงอยู่ ทำให้เลือดไหล และกระต่ายจะเจ็บ
กระต่ายเล็บดำ จะดูยากหน่อย อาจจะต้องใช้การส่องไฟช่วยค่ะทีนี้มาดูวิธีการตัดจริงๆ นะคะ
อันนี้ ขั้นที่ 1 นะคะ ให้จับมือเค้ามา เลือกนิ้วที่จะตัดก่อน เปิดขนออก ให้เห็นเล็บชัดๆค่า
ขั้นต่อมา เตรียมลงมีด เอ้ย ตัดเล็บค่ะ กะให้พอดีนะค๊า (ใจจิงๆมี่อยากตัดไปทั้งนิ้วเลย จะได้เลิกดื้อ โหะๆ เปงแม่ใจโหดจิงๆ)
นี่ค่ะ ตัดเสร็จ จาได้อย่างงี้ เล็บสะอาดเชียวหากพลาดไปตัดลึกไป เลยเข้าไปถึงส่วนที่เป็นสีชมพูของเล็บ แล้วเลือดไหล อย่าตกใจค่ะ หากใครเคยตัดเล็บตัวเองพลาดแล้วเลือดไหล จะจำได้ว่าไม่นานเลือดจะหยุดไหลเองค่ะ ไม่จำเป็นต้องใส่ยาอะไร กระต่ายก็เหมือนกันค่ะ ให้เราหยุดตัดแล้วปล่อยกระต่ายเข้ากรง เพื่อให้กระต่ายได้พัก และจะได้เครียดลดลง
แต่หากเราตัดพลาดไปมากๆ แล้วหลังจากทิ้งไว้ซักครู่ เลือดไม่หยุดไหลจริงๆ ก็ให้เราไปซื้อผงห้ามเลือดมาค่ะ จะช่วยให้เลือดหยุดไหลได้
เล็บเท้าของลูกกระต่ายจะเปราะและคมกว่ากระต่ายโต ดังนั้นควรจะตัดเหมือนกัน และตัดอย่างระมัดระวังค่ะ
ปล.รูปตัดเล็บพวกนี้มาจากในเน็ตเน้อ มี่ตัดไปถ่ายรูปไปม่ายได้ น้องเค้าดื้อมากๆ เด๋วจับไม่อยู่ แต่ตัดเล็บเค้าแล้ว เหมือนมันจาขูดเจ็บกว่าเดิมยังไงม่ารู้ ฮืออออ
เกี่ยวกะฉี่น้องกระต่าย

กระต่ายฉี่เป็นสีแดง ผิดปกติจริงๆหรือ
เจ้าของหลายๆคนอาจจะตกใจ เมื่อวันนึงได้เห็นฉี่ของกระต่ายที่เลี้ยงอยู่เป็นสีแดงเหมือนกับเลือด อย่าเพิ่งตกใจค่ะ ก่อนอื่นต้องดูให้ดีๆก่อนว่า นั่นคือ ฉี่เป็นเลือดจริงๆ หรือ ฉี่มีสีแดง กันแน่ เพราะว่า ที่จริงแล้ว กระต่ายที่ฉี่เป็นเลือดนั้น มีน้อยมากๆ ส่วนใหญ่พอเอาเข้าจริงๆ กลายเป็นสีในพืชที่กระต่ายกินเข้าไปค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยเลย แม้แต่นิดเดียว

ปกติแล้วฉี่ของกระต่ายจะมีสีเหลืองอ่อนๆ การที่ฉี่เป็นสีแดงนั้น จะเกิดจากฉี่มีสีค่อยๆเข้มขึ้นค่ะ
จาก สีเหลืองอ่อน ไปเป็นเหลืองเข้ม แล้วเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสีส้ม สีแดง
ส่วนใหญ่เกิดจาก การกินผักที่มีเบต้าแคโรทีนมากๆ อย่างเช่น พวกแครอท เป็นต้น ในกรณีที่กินยาปฏิชิวนะก็มีผลค่ะ หรือบางครั้ง การกินน้ำน้อยก็มีส่วน เพราะว่าฉี่เข้มข้นขึ้น ทำให้มีสีเข้มขึ้น ตามปกติแล้ว ภายในไม่เกิน 3 วัน กระต่ายจะฉี่เป็นสีเดิมค่ะ

แต่ถ้าหากว่า พิสูจน์มาแล้ว ว่าเป็นเลือดแน่ๆ เนี่ยเป็นไปได้ค่ะ ว่านั่นเป็นสัญญาณบอกโรคร้าย เช่น ระบบ มดลูกมีปัญหา เช่น มะเร็งมดลูก หรือไม่ก็อาดจะมีบาดแผล หรือไม่ก็โรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ

แต่หากว่าเราพบว่ากระต่ายพยายามเบ่งฉี่ แต่ฉี่ไม่ออก ใช้เวลานานผิดปกติ กระต่ายอาจจะเป็นนิ่วค่ะ อาจจะต้องพาไปหาหมอเพื่อทำการ X-ray
ถ้าฉี่กระต่าย ถ้าเป็นสีขาว อาจจะเป็นอาการบ่งบอกว่า มีแคลเซี่ยมสูงเกินไป เอ๊ะ แต่มี่ว่า มี่ไม่เคยให้น้องกระต่ายกินกระดูกซักทีนี่นา หรือว่า น้องเค้าแอบกิน ชะ ชะ ช้า ไม่ได้ซะแระ มาแย่งมี่กินได้ไง 555
น้องกระต่ายอ้วนไปไม่ดีนะคะ
กระต่ายที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ
จะ ต้องออกเดินทางหาอาหาร ต้องหลบหนีจากการถูกตามล่าโดยผู้ล่า เช่น หมาป่า เหยี่ยว และต้องต่อสู้กับอากาศที่หนาวเย็นหรือร้อนจัดตามธรรมชาติทั้งหมดนี้ล้วนต้อง อาศัยพลังงาน โดยต้องดึงเอาพลังงานจากอาหารที่กินเข้าไปเอาออกมาใช้จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอ้วนแถมอาหารก็ยังไม่ใช่พวกแป้งเหมือนอาหารสำเร็จรูป แต่เป็นหญ้า และผักตามธรรมชาติ

ใบหม่อนน่าร๊ากมั้ยคะ
แต่กระต่ายบ้านหรือกระต่ายที่เราเอามาเลี้ยงเป็นเพื่อนส่วนมากจะโดนขังในกรง บางตัวเจ้าของแทบไม่เคยปล่อยออกมาวิ่งเล่นออกกำลังกายนอกกรงเลยทั้งๆที่กระต่ายควรจะได้รับอิสรภาพ ได้ออกกำลังกายวิ่งเล่นข้างนอกกรงบ้าง
แถมอาหารก็ยังไม่เคยต้องหาเอง มีเจ้าของหาอาหารมาให้บางตัวก็ได้กินแต่อาหารเม็ด ส่วนพวกหญ้า หรือผักใบเขียวแทบจะไม่ได้แตะเลยก็มียังงี้จะไม่ให้อ้วนได้ยังไงเนอะ แถมยังจะโดยตอนหรือทำหมันเสียอีกผลก็คือ เจ้ากระต่ายตัวน้อยก็เลยอ้วนปั๊ก

นี่รูปใบหม่อนค่ะ ตอนนี้ม่ายอยู่แล้ว น้องเสียแล้ว
แต่ว่ารู้ป่าวคะว่าน้องกระต่ายอ้วนน่ะไม่ใช่น้องกระต่ายแข็งแรงนะค๊า
่กระต่ายอ้วนถึงจะดูน่ารักแต่ไม่ใช่ว่าจะดีนะคะกระต่ายอ้วนก็เหมือนกับคนอ้วนๆ สุขภาพจะไม่แข็งแรงค่ะไม่เหมือนคนที่สุขภาพดีที่ออกกำลังกายอยู่เสมอ ผลที่ตามมาจากการที่กระต่ายอ้วนมากเกินไปก็คือ ทำให้มีปัญหาเรื่องหลอดเลือดและก็ยังมีผลกับพวกข้อต่อต่างๆที่ต้องรับน้ำหนักมากเกินความจำเป็นนอกจากนี้ กระต่ายทีอ้วนมากจนเกินไปจะทำความสะอาดตัวเองได้ไม่สะดวกด้วย
การจะก้มไปยังบริเวณก้น เพื่อที่จะกินอึพวงองุ่นก็ทำได้ยากยิ่งทำให้กระต่ายไม่ได้รับสารอาหารที่ควรจะได้จากอึพวงองุ่นไปเสียอีก (มี่ว่าคงมีคนงงแน่เลย อึพวงองุ่น 555+) แต่ว่ากระต่ายไม่ว่าจะอ้วนหรือผอมเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้นละค่ะ
ทีนี้เราจะรู้ได้งัยกว่ากระต่ายผอมไป กระต่าย บางตัวที่เป็นกระต่ายขนยาวอาจจะดูยากหน่อยพราะขนที่ยาวฟูจะหลอกตาให้ดู เหมือนอ้วนแต่ถ้าใครจับอาบน้ำจะเห็นว่าตัวนืดเดียว อันนี้ก็ควรต้องพยายามสังเกตกันหน่อยค่ะแต่ถ้าเป็นกระต่ายขนสั้นจะสังเกต เห็นได้ง่ายกว่ากันเยอะเลย วิธีดูง่ายๆว่ากระต่ายผอมไปหรือเปล่าให้ใช้มือคลำดูค่ะ โดยลูบไปบริเวณสันหลัง ถ้าหากเราคลำเจอโครงกระดูกแปลว่าผอมไปเสียแล้วหละ
รู้ได้ยังไงว่าอ้วนไปกระต่ายที่มี หัวกลม ตัวมักจะป้อมๆ กระต่ายที่อ้วนมักมีเหนียงที่คอมากนอกจากนี้เราจะเห็นด้วยตาได้ว่า ช่วงไหล่ ขา ว่าใหญ่มีเนื้อมากไปหรือไม่
กระต่ายอ้วนเกินไปทำยังไง ควร จะลดอาหารเม็ด และให้หญ้าจำพวก Timothy หญ้า hay หรือ หญ้าขนแทนโดยใส่ไว้ในกรงให้กระต่ายสามารถจะกินได้ทั้งวัน และอาจจะเสริมผักใบเขียวต่างๆหรือ แครอท เพื่อให้กระต่ายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นถ้ากระต่ายทำท่าไม่ยอมกินเลย เราอาจจะให้ต้องใจแข็งค่ะอย่าใจอ่อนเพราะกระต่ายจะเรียนรู้เองว่าไม่กินก็อด แล้วก็จะพยายามกินเองในที่สุด(แต่การเปลี่ยนอาหารให้เปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปนะคะ ไม่ใช่เปลี่ยนที่เดียวหมด)
แต่มุขนี้มี่ใช้กระอิกระต่ายตัวแสบนี่ไม่ได้ผลค่ะ ตามใจมันจนเหลิงไปแย้ว
ข้าวโพดที่กินนี่เปงข้าวโพดดิบน๊า ข้าวโพดต้มนี่ห้ามขาดเลย
นอกจากนี้ก็ควรปล่อยให้กระต่ายได้ออกมาวิ่งเล่นออกกำลังกายนอกกรงบ้างค่ะ แต่ ระวัง สายไฟ ยาฆ่าแมลง พืชมีพิษ สุนัข แมว หรือผู้ล่าอื่นๆเช่น ตุ๊กแก
(แหะๆ ก้อมี่กลัวตุ๊กแกอ่ะ เลยคิดว่าน้องกระต่ายมันน่าจะกลัวเหมือนมี่นะ)





